จำนวนผู้เยี่ยมชม
Online: 5 user(s)
  หน้าแรก  :  เกี่ยวกับเรา  :  ติดต่อเรา  :  สมุดเยี่ยม  :  e-office  :  เวบบอร์ด 
 
หมวด: ยุวกาชาด
ประวัติยุวกาชาด
12-09-2006 Views: 91770
กำเนิดยุวกาชาด
 
24 มิถุนายน พ.ศ. 2402
      ณ หมู่บ้านซอลเฟริโน ทางตอนเหนือของประเทศอิตาลี กองทหารของประเทศอิตาลีและฝรั่งเศสได้ทำการสู้รบอย่างรุนแรงกับกองทหารของออสเตรีย
     อังรี ดูนังต์ หนุ่มชาวสวิสได้เดินทางป่านมาใกล้ ๆ กับเมือง คาสติกลิโอนี เพื่อจะเข้าเฝ้าฯ นโปเลียนที่ 3 จักรพรรติแห่งฝรั่งเศสและเขาได้เห็นสงครามที่นองเลือกผู้คนจำนวนนับพันต้องบาดเจ็บล้มตาย โดยไม่มีใครจนใจ พวกเขาบาดเจ็บล้มตายเหมือนใบไม้ร่วง ซึ่งน่าจะม่หนทางที่จะพอช่วยเหลือคนพวกนี้ได้บ้าง
     จากการที่ได้เห็นสภาพที่ต้องทนทุกข์ทรมานอย่างแสนสาหัสของผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ อังรี ดูนังต์ จึงได้ลงมือให้ความช่วยเหลือทั้ง ๆ ที่ไม่ได้มีการเตรียมตัวมาก่อน นับว่าเป็ฯโชคดีของเขาที่มีพวกชาวบ้านให้ความร่วมมือ ช่วยกันนำทหารที่บาดเจ็บทุกคน เข้ามารักษาตัวในโบสถ์แห่งหนึ่ง โดยไม่เลือกว่าเป็นทหาร่ของอิตาลี ฝรั่งเศส หรือ ออสเตรีย เป็นจำนวนมากกว่า 1,000 คน
     เพียงแค่ 3 วัน ที่เขาได้ร่วมอยู่ในเหตุการณ์แห่งภาวะสงคราม อังรี ดูนังต์ ได้รัดสินใจเปลี่ยนวิถีของเขา... นั่งเขียนหนังสือเล่มหนุ่ง เพื่อเรียกร้องให้นานาประเทศมีการจัดตั้งหน่วยงานที่จะให้ความช่วยเหลือแก่ผู้บาดเจ็บจากภัยสงครามโดยได้รับการรับรองจากรัฐบาลนั้น ๆ ด้วย หนังสือที่ อังรี ดูนังต์ เขียนขึ้นนั้น ได้สร้างความสนใจแก่บุคคลทั่วไปและทำให้ชาวเจนีวา 4 คน คือ นายพลดูฟูร์ ดร.แอปเปีย ดร.โมนัวร์ และนักกฎหมายมอยนิเยร์.. ประกาศสนับสนุนแนวคิดของ อังรีดูนังต์
     เดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ. 2406 บุคคลทั้ง 5 ได้มาประชุมร่วมกัน และก่อตั้งคณะบุคคลขึ้นโดยต่อมามีชื่อว่า “คณะกรรมการกาชาดสากล” (ปัจจุบันเรียก “คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ” )

ปี พ.ศ. 2407
     อนุสัญญาเจนีวาข้อแรกมีส่วนทำให้สภาพของทหารที่ได้รับบาดเจ็บจากภัยสงครามดีขึ้นและได้รับการยอมรับรวมทั้งสัญลักษณ์ “กากบาทแดงบนพื้นขาว”
     ในปี พ.ศ. 2413 – 2414 ได้เกิดสงครามระหว่างฝรั่งเศสและปรัสเซีย กาชาดมีอาสาสมัครกว่า 150 คน ช่วยทำงานอยู่ท่ามกลางสนามรบ พวกเขาเหล่านั้นร่วมมือกันให้ความช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ ด้วยความพร้อมเพรียงเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกัน
     จากนั้นมาก็มีสงครามเกิดขึ้นอีกหลายครั้งและมีความรุนแรงเท่าเทียมกัน เช่นปี พ.ศ. 2442 เกิดสงครามมัวว์ขึ้นในทรานซ์วาลล์ หน่วยกาชาดก็ได้ออกปฏิบัติหน้าที่ให้ความช่วยเหลือเช่นกัน
     ในปี พ.ศ. 2442 กฏหมายว่าด้วยสิทธิมนุษยชน ได้แผ่ขยายคุ้มครองไปถึงการสู้รบทางทะเลอีกด้วย
     เมื่อสงครามโลกครั้งที่ 1 พ.ศ. 2457 การสู้รบไม่ได้พัวพันอยู่เฉพาะกับกองทหารเท่านั้น แต่ยังส่งผลกระทบไปถึงพลเรือนอีกด้วย การกาชาดได้ให้การช่วยเหลือผู้บาดเจ็บและป่วยไข้เป็นจำนวนถึง 45,000 คน
     ภายหลังสงครามยุติลง กาชาดสากลก็ได้เจรจาตกลงระหว่างปู้แทนของแต่ละประเทศจักส่งเชลยศึกกลับประเทศของตน จำนวน 500,000 คน
     ระหว่างสงครามโลกครั้งที่ 1 ศูนย์ค้นหาและติดตามผู้สูญหาย ของกาชาดสากล ซึ่งต่อตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2413 ได้มีการจัดทำบัตรจำนวนถึง 18,000 ใบต่อวัน เพื่อบันทึกข้อมูลและส่งข่าวสารไปยังครอบครัวของเชลยศึกและผู้สูญหาย
     ในปี พ.ศ. 2462 ได้มีการก่อตั้งสันนิบาตสภากาชาดสหพันธ์นานาชาติของกาชาดสากลและสภาซีกวงเดือนแดงขึ้น (ประเทศที่นับถือ ศาสนาอิสลามใช้เครื่องหมายซีกวงเดือนแดงแทนเครื่องหมายกากบาทแดง) มีหน้าที่......
     - ให้การสนับสนุนการก่อตั้งสภากาชาดของประเทศต่าง ๆ และให้การช่วยเหลือในการพัฒนากิจกรรมการกาชาด
     - ประสานงานด้านการบรรเทาทุกข์และช่วยเหลือผู้ประสบภัยธรรมชาติ
     - ช่วยเหลือผู้อพยพลี้ภัย
     - ส่งเสริมและสนับสนุนหลักการและอุดมการณ์ของการกาชาด
     ระหว่างเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ปี พ.ศ. 2482 – 2488 มีผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์... จำนวนมากมาย
     เพื่อเป็นการสนองความต้องการแก่ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือบรรเทาทุกข์ ทางหนึ่งก็คือกาชาดได้จัดเรือเดินทะเลจำนวน 40 ลำ ช่วยลำเลียงเชลยศึกให้เดินทางกลับภูมิลำเนาเดิม
     ไม่เพียงแต่ให้การดูแลผู้บาดเจ็บและให้ความคุ้มครองแก่เชลยศึกเท่านั้น กาชาดสากลยังได้พยายามแจ้งข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ให้แก่ครอบครัวของเชลยศึกที่ถูกกักกันอยู่และบุคคลพลเรือน ที่พลัดพรากจากกันในระหว่างที่เกิดสงคราม
     ตัวแทนของศูนย์ฯ ในกรุงเจนีวา ต้องใช้คนถึง 3,000 คน ช่วยกันถอดข้อความและแจ้งข่าวสารซึ่งวันหนึ่ง ๆ มีข้อความส่งเข้ามา 50,000 – 60,000 ข้อความและมักจะเขียนบนเศษกระดาษซึ่งอ่านยาก
     ที่กรุงเจนีวาในวันหนึ่ง ๆ จะมีห่อพัสดุที่ถูกส่งมาจากทุกสารทิศทั่วโลกจนกองเป็นภูเขาซึ่งคณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศได้จัดส่งสิ่ง ของเหล่านั้นไปให้แก่เชลยศึกระหว่าปี พ.ศ. 2483 – 2487 จำนวนถึง 20 ล้านชิ้น
     เมื่อสงครามยุติลง อาสาสมัครของกาชาดยังคงทำน้าที่ต่อไปอีกหลายปีในประเทศที่แพ้สงคราม เช่น เยอรมัน ฝรั่งเศส โปแลนด์และญี่ปุ่น ผลปฏิบัติของกาชาดเป็ฯที่น่าพอใจในประเทศ ฮังการี ไซปรัส เอลซาวาดอร์ นิคารากัว คองโก ไนจีเรีย เวียดนาม เขมร ไทย และเลบานอน
     ทั้งหมดนี้ตอ้งขอขอบคุณ “อนุสัญญาเจนีวา ปี พ.ศ. 2492” ซึ่งให้ความคุ้มครองแก่เหยื่อสงคราม
ปี พ.ศ. 2520 ได้มีการเพิ่มเติมในอนุสัญญาเจนีวาสนธิสัญญานี้ เป็นการกระทำเพื่อสิทธิมนุษยชนซึ่งเป็นผลดีต่อ...ทหารที่ได้รับบาดเจ็บ พวกเรืออับปาง เชลยศึก และประชาชนพลเมืองทั่วไป

ยามสงบ
      กองทัพสันติภาพซึ่งประกอบด้วย ชาย หญิง จำนวน 250 ล้านคน พร้อมที่จะบริการให้ความช่วยเหลือทั่วโลกตลอดเวลา ทั้งกลางวันและกลางคืน
อาสาสมัครกาชาดและสภาซีกวงเดือนแดงจากทั่วโลก จะได้รับการฝึกอบรมให้ปฏิบัติหน้าที่ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

ที่ใด
     เกิดภัยพิบัติจากแผ่นดินไหว ภูเขาไฟระเบิด น้ำท่วมและพายุไซโคลน ซึ่งทำให้ประชาชนเป็นพัน ๆ คน ต้องไร้ที่อยู่อาศัยและอีกจำนวนมากต้องบาดเจ็บล้มตาย กาชาดมีหน้าที่ช่วยเหลือบรรเทาทุกข์นั้น โดยมี “ สหพันธ์สภากาชาดและสภาซีกวงเดือนแดงระหว่าประเทศ” เป็นผู้ประสานงาน
     ผู้อพยพลี้ภัยจากการสู้รบและภัยพิบัติทางธรรมชาติ.... กาชาดมีหน้าที่ แจกจ่ายอาหาร จักหาที่พักช่วยเหลือผู้ประสบภัยเหล่านั้น

กาชาดสากล ประกอบด้วย...
     - สภากาชาดของประเทศต่าง ๆ
     - สันนิบาตสภากาชาด(ปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น “สหพันธ์สภาก่าชาดและสภาซีกวงเดือนแดงระหว่างประเทศ IFRC. )
     - คณะกรรมการกาชาดระหว่างประเทศ
มีการประชุมทุก ๆ 4 ปี
     เป็นการประชุมระดับนานาชาติซึ่งกำหนดขึ้นตามสนธิสัญญาเจนีวา
     ปี พ.ศ. 2508 ได้มีการกำหนดหลักการกาชาด 7 ข้อ ซึ่งเป็นรากฐานของกิจกรรมกาชาดทั้งหลายอันได้แก่
       - มนุษยธรรม
       - ความไม่ลำเอียง
       - ความเป็นกาลาง
       - ความเป็นอิสระ
       - บริการอาสาสมัคร
       - ความเป็นเอกภาพ และ
       - ความเป็นสากล
     ด้วยอุดมการณ์ของการกาชาดทุกแห่งหนทีมีทุกข์ภัย กาชาดจะเข้าไปให้การช่วยเหลือ ด้วยความร่วมมือเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันของอาสาสมัครกาชาด หญิง ชาย ได้สร้างขวัญและกำลังใจให้แก่บุคคลทั่วไป



 
 
กลุ่มสาระกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ม.ต.ก.
webmaster&designer :นางสาวเนาวรัตน์ สำเริง
Copyright©2014 dev.mtk.ac.th email: